P_kung's profile★*.:。✿*゚¨゚ In§pïRé•°o. S...PhotosBlogLists Tools Help

P_kung ...

Occupation
Location
The road filled with obstacles prepares you to experience life victory filled with pride.
There are no photo albums.

★*.:。✿*゚¨゚ In§pïRé•°o. SP/LCe

(¯`·._.·[จะอยูถิ่นใดใจผูกพัน อันความรักนั้นไม่สร่างซา]·._.·´¯)
My Custom Part|false|

สายลมกะทราย

เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา (พึ่งมาเล่า) ได้มีโอกาสไปเป็นกรรมการ
การนับคะแนนการเลือกตั้งคณะกรรมการอำนวยการ
เภสัชกรรมสมาคมแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์
ที่โรงแรม Century Park ราชปรารภ ใกล้ๆอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ
ได้พบกับรุ่นพี่เภสัชกรเก่าๆเยอะเลยและก้อมีอาจารย์หลายคนไปด้วย
เพราะมีการประชุมวิชาการมั้ง
ส่วนผลการเลือกตั้ง ช่างมันเหอะ เราก้อไม่ค่อยรู้จักอะ...
 
 
นอกจากนี้ยังได้เจอเด็กเภสัช มหิดล ด้วย
ก้อได้คุยกันเกี่ยวกับเรื่องเรียนด้วย เห็นได้ว่ามหิดลเรียนหนัก (แนวถึกๆอะ)
ประมาณว่าเน้นเรียนแบบหน่วยกิจเยอะ แถมจับรวมกัน
เช่นเรียน biochem 4 หน่วย ในเทอมเดียว physiology  5 หน่วย ในเทอมเดียว
ถ้าเป็นเราคงต้องท่องหัวฟูแน่ๆ ดีนะที่ของเราเรียนแยกเทอมอะ
แต่แค่เทอมเดียวก้อจะสำรอกความู้ตายอยู่แล้ว เหอะๆ
 
 
เส็ดงานก้อประมาณเที่ยงๆ เลยไปเดินดูของที่สยามต่อ
ขาไปก้อนั่งรถไฟฟ้า BTS อะ
ตอนรถไฟฟ้ามา เรากำลังขึ้นบันไดเลื่อนมาพอดีอะ
รีบวิ่งไปกลัวไม่ทันแล้วต้องรอไง
เข้าไปคนสุดท้าย โดนประตูรถไฟฟ้าหนีบอะ
งงมากว่าประตูมันไม่มีเซนเซอร์หรือเซนเซอร์มันจับเราไม่ได้หว่า
ใจนึงก้ออาย เพราะมาคนเดียว เลยทำเป็นแกร่ง
ใช้แขนสองข้างดันประตูออกไป 55 เหมือนซุปเปอร์แมน
ระหว่างทางยืนก้มหน้าตลอดเลย ไม่กล้ามองหน้าคนอื่น
 
 
พอมาถึงก้อเดินเล่นไปเรื่อยๆ
พอดีแบงค์ เพื่อนที่เสดสาดโทรมา ว่ามาประชุมงานกีฬามหาวิทยาลัยโลก
เลยชวนให้โดดประชุมออกมาเดินเป็นเพื่อน (เป็นคนดีจิงๆเลยเรา)
แต่แบงค์ก้อออกมานะ หุหุ
สรุปวันนั้นเดินเยอะมากๆ แต่ไม่ได้ซื้ออะไรเลย
ประมาณว่า shopping by window เดินไปเรื่อยก้อมีแต่ของยั่วกิเลส
นั่นก้อสวย นี่ก้อสวย อยากได้ๆๆๆๆๆๆๆ แต่ก้อไม่ได้ซื้อ แค่เล็งๆเอาไว้
วันนั้นเดินตั้งแต่สยาม ข้ามไปมาบุญครอง (อันนี้ไม่กล้าเดินนานกลัวไฟไหม้) เดินเข้าโตคิว
แล้วเดินไปทางบีทีเอสไป Discovery ต่อที่ siam center
เลยไป paragon ยังเมื่อยไม่พอนะ เลยเดินไปทาง sky walk ไปที่ central world
แล้วก้อเข้าไปต่อที่ ZEN ชอบมากๆ ของสวยดี
ยังไม่พอเดินไปถึงเซ็ลทรัลชิดลมเลยอะ
ขากลับรู้สึกว่าเริ่มเมื่อย 555 เลยนั่งบีทีเอสกลับมาที่สยามเพื่อกลับบ้าน
 
 
ขากลับแวะไปดูตารางสอนที่คณะ เห็นแล้วจะบ้า
เรียน 8 โมง ถึง 4 โมงทุกวันเลย
โชคดีที่มีว่าง 1 บ่ายแต่ไม่สิ ไม่ใช่ sec เราอะ
เป็นของ sec แรก sec เราดันมาว่างกึ่งกลาง เลวร้ายมาก
คือต้องมาเรียน 8-9 โมง เสดแล้วว่างแล้วมาเรียนต่อ บ่าย-4 โมงเย็น
เซร็งมากเลย แล้วกรูจะไปทำอะไรเนี่ย...
 
 
เมื่อวานนัดปิ่นกะนุ้ย มาหาที่ฝึกงาน
คือเป็นการฝึกงานแบบโปรแกรม สำหรับตอนปิดทอมปีสองอะ
เราเลือกโปรแกรมร้านยาไป เลยต้องหาร้านฝึกเอง
พอดีนัดน้องเหมียวลี่ออกมาเอาตุ๊กตาหมูที่เฮงฝากไว้ให้
ไปหาร้านแรกเป็นร้านยาคุณภาพเชียวละ แต่ร้านดันปิด
เลยไปร้านที่สองเกือบๆทุ่งครุแนะ ใกล้บ้านปิ่นเลย
แต่เขาเป็นร้านที่ให้นิสิต-นักศึกษามาฝึกงานอยู่แล้ว
เลยได้ที่นี่ แต่กว่าจะได้ฝึกต้องรอให้พี่ๆที่ฝึกอยู่ฝึกเส็ดก่อน
ไปๆมาๆกว่าจะได้ฝึกก้อโน่นใกล้เปิดเทอม
 
 
ช่วงนี้เลยกลับมาว่างอีกละ กินๆนอนๆ
เลยรู้สึกตัวเองเริ่มอ้วนขึ้นมา จนเมื่อวานใส่กางเกงนิสิต
ถึงกับทำเอาเป้าขาด ดีนะที่ยังไม่ออกจากบ้าน เหอะๆ
เลยต้องออกกำลังกายมากขึ้นละ
และก้อรับจ้างจากแม่ทำความสะอาดบ้าน ได้ตังค์อะ
อันนี้เลยดูมีประโยชน์ ไม่ไร้สาระขึ้นมาหน่อยนึง
 
 
ช่วงนี้พายุฤดูร้อนโหมกระหน่ำ ทำเอาฝนตกทั้งวันทั้งคืน
อากาศที่ร้อนจัดๆ เลยค่อยกลับมาเย็นหน่อย
จิตใจก้อกลับมาเย็นลงไปอีก
เพราะเดิมใจก้อเย็นชาจนจะเป็นน้ำแข็งอยู่แล้ว
น้ำเน่าจิงๆ
 
 
ขอจบด้วยกลอนบทนี้ที่ตั้งเป็นชื่อเรื่อง (ไม่ค่อยเกี่ยกะเนื้อเรื่องโดยรวมเล้ยย)
ชอบกลอนบทนี้จัง เอามาจากองค์หญิงกำมะลออะ
 
เธอคือสายลม... ฉันคือทราย
สายลมพัดผ่าน... ทรายน้อยล่องลอย
สายลมแผ่วพริ้ว... ทรายน้อยปริวโปรย
สายลมพัดผ่านเขาเทียนซาน
ทรายน้อยขอตามข้ามฟ้าไป...

 
 
 
 

มาโนสาเร่เภสัช

อาทิตย์นี้ออกจากบ้านหลายวันเลย
ไปทำอะไรเยอะแยะไปหมด
เอาเป็นว่าอย่าพูดถึงมันบ้างดีกว่า
เพราะไปๆมาๆก้อพูดแต่เรื่องไม่ค่อยมีสาระ
(เรียกว่า ไม่มีสาระ เลยจะดีกว่า)
 
วันนี้อยากลองเขียนเรื่องมีสาระบ้าง
ว่าไปแล้วไม่เคยได้เขียนเลยมั้ง
อยากลองเขียนบ้าง จะได้ดูเหมือนคนมีการศึกษากะเค้า
เขียนเรื่องอะไรดีละ...
 
เขียนเรื่องความรู้เกี่ยวกับสมุนไพรดีกว่าๆๆ
เริ่มต้นที่ว่า ในหลักสูตรเภสัชศาสตร์บัณฑิต
จะต้องมีวิชาที่เกี่ยวกับการศึกษาสมุนไพรต่างๆ
ไม่ใช่ว่าสมุนไพรต้องมาจากพืชเท่านั้นนะ
อาจจะมาจากพืช สัตว์ หรือแร่ธาตุต่างๆก้อได้
 
คือธรรมชาติสร้างมาให้ใช้เลยทีเดียว
วิชาที่เรียน ชื่อวิชาก้อคือ Pharmacognosy (เภสัชเวท)
อาจเรียกชื่อวิชาสมุนไพรศาสตร์ ที่เรียนกับศาสตราจารย์สเปราส์
ในแฮร์รี่ พอตเตอร์ก้อได้ หุหุหุ
 
ซึ่งก่อนที่จะเรียนในวิชานี้นั้น
จะต้องมีความรู้พื้นฐานจากวิชา Pharmaceutical botany (เภสัชพฤกษศาสตร์) ก่อน
ในเรื่องของ morphology (ลักษณะรูปร่าง) และ taxonomy (อนุกรมวิธาน) ของพืชต่างๆ
 
โดยในส่วนของวิชาทั้งสองนี้ จะอยู่ในกลุ่มของ
R&D หรือการวิจัยและพัฒนา เรียกง่ายๆคือ การค้นพบยานั่นเอง
บางคนอาจสงสัยว่าเรียนไปเป็นแพทย์แผนไทยรึป่าว
คำตอบก้อคือเราเรียนรู้เกี่ยวกับสมุนไพรเพื่อนำสารสำคัญไป
ผลิตเป็นยา ทั้งนี้ต้องศึกษาถึงโครงสร้างทางเคมี
ชีวสังเคราะห์ คุณสมบัติทางเภสัชวิทยา ฯลฯ
 
ซึ่งต่างจากแพทย์แผนไทย ทางด้านเภสัชกรรมไทย
ที่มักจะนำสมุนไพรหลายอย่างนำมาใช้เลย
เช่น นำมาต้มกิน พอก อบ ประคบ ฯลฯ
มีการเรียนพิกัดยาต่างๆ ในการนำสมุนไพรหลายชนิดมา
รวมเป็นกลุ่มแล้วใช้รักษาโรค
 
เกริ่นมายาวมาก คราวนี้มาลองดูสมุนไพรที่จะมาแนะนำในคราวนี้
เอาอันที่ทุกคนน่าจะรู้จักกันก่อนละกัน
 
ฟ้าทะลายโจร (King of Bitterness) ชื่อยังบอกว่าเป็นราชาของความขม
ขมมากๆๆๆๆๆๆๆๆๆ ใครเคยกินจะรู้ดี
อาจเรียกว่า น้ำลายพังพอน (คนละตัวกับเสลดพังพอนนะ)
 
ข้อมูลทั่วไป
B.O. Andrographis paniculata
FAM. Acanthaceae
Part uses ใบ , ทั้งต้น
Uses Antipyretic (แก้ไข้) Antiinframmatory (แก้อักเสบ) Antibacterial (ฆ่าเชื้อแบคทีเรีย) Antispasmodic (ลดอาการเกร็งของลำไส้)
Constituents Andrographolide , Deoxyandrographolide , 14-deoxy-11,12-didehydroandrographolide
ซึ่งเป็นสารสำคัญที่มีลักษณะโครงสร้างทางเคมีที่เรียกว่า Diterpenoid
 
นอกจากนี้ยังสามารถใช้รักษาโรคท้องร่วงจากบิดแบคทีเรีย ได้ดีกว่า tetracyclin (ยาปฏิชีวนะ)
สามารถใช้รักษาอาการทอลซิลอักเสบ (มีอาการเจ็บคอ)
และยังสามารถใช้แก้โรคกระเพาะ (รักเธอ) Antipeptic ulcer ได้ด้วย
 

 

 

ปัจจุบันมียาที่ผลิตออกมาโดยใช้สารสกัดจากฟ้าทะลายโจรทำเป็นแคปซูล
ใช้แก้เจ็บคอ แก้ท้องเสีย
 
จบข่าว...ไว้วันหลังมาอัพเดตความรู้กันต่อ
 
 
 
 ....เรื่องยานั้นชาวเภสัชศาสตร์ รอบรู้เปรื่องปราชญ์ได้เรียนร่ำ
แก้กันโรคภัยมุ่งหมายประจำ มุ่งทำไป
 
 
 คัดมาจากส่วนหนึ่งของเพลง "จุฬาของเรา" เพราะดี มีเกือบทุกคณะเลยอะ

ช่วงนี้หลอ

 
ช่วงนี้อากาศร้อนมากๆๆๆๆๆถึงมากที่สุด
แดดก้อแรงสาดสาดๆๆๆ
ทำให้ไม่อยากออกไปไหนเลย
สองอาทิดก่อนไป JJ มา เหงื่อท่วมตัวเลย
ตัวเหนียวเหนอะ เห้อๆๆๆๆ นี่แพละ!!!
อากาศเมืองไทย
ขนาดไปงานคอม ที่ศูนย์สิริกิต์ ยังเหงื่อออกอะ
เบื่ออากาศร้อนจิงๆ
 
ช่วงนี้ไม่รู้เป็นไร มักจะตื่นเช้าเป็นพิเศษ
เพราะถ้าไม่ต้องไปไหน ปกติไม่เคยตื่นเช้า
ตื่นที่ก้อปาเอาพระอาทิตย์ข้ามหัวเลยเที่ยงไปซะทุกครั้ง
แต่ช่วงนี้ดันตื่นขึ้นมาซะเช้า (เช้านี่ประมาณ 8-9 โมงนะ)
ตื่นมาก้อไม่มีอะไรทำเช่นเคยอะ
ก้อเปิดทีวีดู แต่ช่วงเช้ารู้สึกว่ามีอะไรน่าดูเยอะแยะเลย
เช่นช่อง 3 ดูรวดทีหลายรายการเลย
ตั้งแต่ เรื่องเล่าเช้านี้ ผู้หญิงถึงผู้หญิง (ไม่สวย...55)
30 ยังแจ๋ว จนสีสันบันเทิงสด
รู้สึกดูแล้วได้ความรู้ดี และก้อสนุกด้วย
โดยเฉพาะได้ความรู้ด้านการดูแลสุขภาพร่างกายต่างๆ
เคล็ดลับการดูแลร่างกาย รวมทั้งข่าวอัพเยอะแยะเลย
สงสัยจะต้องตื่นมาอัพเดตสาระต่างๆพวกนี้ซะแล้ว
เพราะต่อไปเวลามีคนมาปรึกษาเรื่องการดูแลสุขภาพจะได้แนะนำได้
 
ช่วงนี้ไม่มีหนังเกาหลีให้ดูเลยอะ ก้อเพื่อนมันเอาไปให้คนอื่นยืมหมด
เลยหงอยเลย ตอนสอบเสดก้อดูไปเรื่องนึง
เรื่อง spring waltz หนุกดี แอบเศร้าตั้งแต่ต้นเรื่อง
แต่ดีที่จบแบบแฮปปี้อะ
ยังดูไม่ครบ 4 ฤดูเลย ดูไปแค่ autumn in my heart
กะ spring waltz เอง ยังขาดเรื่อง summer sence
และก้อ winter love song กะว่าปิดเทอมนี้จะดูให้ครบ
และก้อมีอีกหลายเรื่องที่อยากดู
แต่ก้อแอบงกอะนะ ไม่ซื้อเอง รอยืมเพื่อนนี่แหละ 55 
จิงๆแล้วอะ ก้อมีอยู่อีก 2 เรื่องนะ ที่ยืมเพื่อนมา
แต่มันเป็นพากษ์ไทยอะ ดูไปแผ่นสองแผ่น แล้วเบื่ออะ
ไม่ได้เวอร์นะ แต่ชอบดูเป็นออริจินอล ซาวน์
ได้อารมณ์กว่ามากๆเลย แถมได้รู้ภาษาเกาหลีด้วย
แอบอยากเรียนอยู่
 
ช่วงนี้ว่างเมื่อไหร่เป็นต้องวิ่งออกกำลังกาย
พอดีที่บ้านมีเครื่องวิ่ง พอว่างๆไม่มีไรทำ ก้อไปวิ่ง
ไม่รู้ซิ พอว่างๆแล้วชอบฟุ้งซ่าน ต้องหาไรทำ
ไม่ก้อออกกำลังกายให้เหนื่อยๆ
จะได้ไม่คิดฟุ้งซ่านมาก
แต่ออกกำลังกายทุกวันแล้วรู้สึกดี
ร่างกายมีสุขภาพดีขึ้น ไม่ค่อยเป็นหวัด
ก้อวิ่งประมาณวันละ 10 นาทีอะ ได้ระยะทางประมาณ 5 กิโล
วิ่งเสดนี่เหงื่อท่วมตัวเลย แต่รู้สึกสดชื่นมากเลย
พิมพ์ไปพิมพ์มาแล้วเด๋วฟุ้งซ่านพิมพ์เรื่องอะไรออกมาอีก
เอาเป็นว่าไปวิ่งก่อนดีก่า จะได้ไม่เพ้อเจ้อ 555
 

ว่างเหลือล้น...จนต้องกลับมาอัพ

 
ตอนแรกอ่า กะจะไม่อัพสเปซอีกแล้ว
เพราะกลัวติด แล้วต้องมาอัพเรื่อยๆ ไม่ค่อยมีเวลาเท่าไหร่
 
แต่ตอนนี้มันว่างมากๆ ว่างเจงๆ
จนไม่รู้จะทำอะไร ประมาณว่าอยู่หน้าคอม
แต่ไม่รู้จะเปิดอะไรดี เหอะเหอะ
 
ชิวิตช่วงนี้เปนเหมือนวงจร ที่ทุกๆวันจะทำอะไรเหมือนๆเดิม
คือ ตื่นขึ้นมาก้ออยู่หน้าคอม ไม่ก้อหน้าทีวี
สักพักก้อกินข้าว แล้วก้อกลับมาอยู่ที่เดิมอีก
แป้บๆก้อมืด แป้บๆก้อนนอน เฮ้อออออออ+++
เบื่อมั่กมากกกกกกกก...
 
กะชวนเพื่อนออกไปเที่ยว แต่ละคนก้อไม่ค่อยว่างเท่าไหร่
ต้องเรียนอังกฤษบ้าง ต้องไปกับที่บ้านบ้าง
 
ส่วนเพื่อนเก่าก้อทำ project บ้าง ฝึกงานบ้าง
บางคนก้อต้องทำรายงานส่ง บางคนยังสอบไม่เสด
สรุปว่าทุกๆคนล้วนมีภารกิจที่ต้องทำกันทั้งนั้น
แต่ตัวกรูนั้น ไร้ภารกิจอันใดโดยสิ้นเชิง
หุหุหุ
 
ทำให้เบื่อสุดแสนจะทนได้ เหมือนตัวเองเปนคนไร้ประโยชน์
โดยส่วนตัวแล้ว เปนคนไม่ชอบทำอะไรซ้ำซาก
แต่ชิวิตก้อต้องมาเจออะไรซ้ำซากเปนวงจรแบบนี้อยู่บ่อยๆ
ตอนเปิดเทอม ก้อต้องตื่นเช้า ไปเรียน พอพักเที่ยงก้อกินข้าว
แล้วก้อกลับไปเข้าเรียนต่อ ตอนเยนก้อกลับบ้าน
เปนแบบนี้ตั้งแต่วันจันทร์ยันวันศุกร์
 
ส่วนช่วงสอบก้อเป็นวงจรเหมือนกัน
แต่อันนี้เป็นวงจรที่น่ากลัวสุดๆ คิดแล้วยังขนลุกเลยอะ
ประมาณว่าสอบติดกันทุกวัน 7-8 วันรวด
บางวันมีสอบเช้า+บ่ายอีกต่างหาก
 
วงจรจะเป็นดังต่อไปนี้ (พูดเหมือนวงจรชีวิตพวกปรสิตเลย 555)
เอาเริ่มจากสอบเสดละกันนะ ก้อดิ่งตรงกลับบ้านทันที
(ช่วงสอบนี่ทุกวินาทีมีค่าจิงๆๆ)
สิ่งที่ทำอย่างแรกเมื่อกลับบ้านก้อคือ " นอน "
จิงๆนะ ถ้าไม่นอนก่อนอ่านไม่ไหวเจงๆ
 
นอนซัก 4-5 ชม.อะ แล้วตื่นขึ้นมา
อ่าน อ่านอย่างเดียว คือเอาทั้งหมดให้จบภายในคืนเดียวอะ
ด้วยความที่ไม่ได้อ่านมาก่อนล่วงหน้าไง
เหตุผลก้อมีอยู่อันเดียวนั่นแหละ คือ ขี้เกียจ แหะๆๆ
 
เนื่องด้วยเนื้อหาอันมหาศาล ที่ไม่รู้ว่าอาจารย์จะสอนอะไรกันนักหนา
บางวิชาแค่ 1 หน่วยกิจเท่านั้น แต่อาจารย์ท่านสามารถ
ในการขยายหลักสูตร ให้เป็น 3 หน่วยกิจได้ โดยนิสิตไม่ต้องลงทะเบียนเพิ่ม
 
ทั้งหมดนี้ทำให้ช่วงสอบ ตัวผมเองต้องเล่นเกม
"อัจฉริยะข้ามคืน"
ประมาณว่าต้องรู้เรื่องทั้งหมดภายในข้ามคืน
ให้ตายกันไปข้างนึงเลยสิ+++
 
บ่นอารายฟระเนี่ย...
 
กลับมาเข้าเรื่องเดิมดีกว่า
คือสรุปตอนนี้ยังหาอะไรทำไม่ได้ เลยกลับมาอัพสเปซซะเลย
นี่ขนาดขี้เกียจอัพนะเนี่ย พล่ามซะยาวเลยเรา
 
ตั้งแต่ขึ้นปีสองมานี่ จนจบปีสอง
จิตใจช่างว่างเปล่า
ไม่พองโตเหมือนตอนปีหนึ่ง (เฟรชชี่)
จนเหมือนเป็น
myocardial ischemia (หัวใจขาดเลือด)
จนทำให้เป็น myocardial infarction (หัวใจตาย)
 
2 อันหลังนี่เวอร์ไปละ
แต่มันช่างว่างเปล่าจิงๆ ไม่มีเรื่องน่าตื่นเต้น เหมือนตอนปีหนึ่ง
สงสัย ความแก่จะเริ่มครอบงำ หุหุ
 
พูดแล้วคิดถึงตอนปีหนึ่ง
เป็นชีวิตที่แสนจะมีความสุข ไม่มีวันไหนที่เบื่อเลย เชื่อป่าว
ทุกวันจะมีเรื่องให้หัวใจเต้นแรง จนผิดจังหวะ (cardiac arrhytmia)
อยากกลับไปอยู่ในช่วงตอนนั้นจังเลย
 
แต่มันคงเป็นไปไม่ได้ คงได้แต่รอให้มีสักวันที่ความรักจะหวนคืน
...
 
 
เถ้ามอดจะลุกใหม่ เป็นไฟแรง
เงามืดจะลุกแจ้งเป็นแสงใส
หัวใจจะพองโต สมดั่งใจ
รักแท้ ไร้ความหวัง จะหวนคืน
 555
 
จิงๆ 2 วรรคหลังคือ
ดาบหักจะคืนคม สมดั่งใจ
องค์ราชัน ไร้บัลลัง จะหวนคืน 
 
(อันนี้ไม่เกี่ยว พอดีเพิ่งดู Lord of the ring 3 ภาครวดภายในวันเดียว
มันมาก เห็นมั้ยว่าว่างจัดเจงๆ)
 
 
 
 
 
 
 

กลับมาอีกครั้ง

ไม่ได้ทำสเปซมานานมากๆๆถึงมากที่สุด
จนเขาเปลี่ยนรูปแบบสเปซไปแล้ว เหอๆ
 
แต่กลับมาเขียน ก้อไม่รู้จะเขียนอะไรอยู่ดี
เอาเป็นว่าเขียนเรื่องใกล้ตัวละกัน
 
เทอมที่ผ่านมานี้ กว่าจะผ่านมาได้เหนื่อยมากๆเลย